ช่วยให้เด็กๆ เป็นนักสำรวจโลกออนไลน์ที่ชาญฉลาดและมั่นใจ

เพื่อสอนให้เด็กๆ ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นในโลกออนไลน์ เราได้จัดทำแหล่งข้อมูลและเคล็ดลับที่จะช่วยให้เด็กๆ กลายเป็นพลเมืองยุคดิจิทัลที่ชาญฉลาดและรอบรู้

ตัดสินใจในโลกออนไลน์แบบมีความรู้ประกอบด้วยเคล็ดลับและแหล่งข้อมูลเหล่านี้

  • ช่วยให้เด็กๆ เป็นพลเมืองยุคดิจิทัลที่ชาญฉลาดด้วย Be Internet Awesome

    บุตรหลานควรได้รับการฝึกให้ทำการตัดสินใจที่รอบคอบเพื่อจะได้ใช้อินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์สูงสุด โปรแกรมนี้จะสอนความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเป็นพลเมืองยุคดิจิทัลและความปลอดภัยเพื่อให้เด็กๆ สำรวจโลกออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ เด็กๆ จะฝึกการท่องอินเทอร์เน็ตด้วย Interland ซึ่งเป็นการผจญภัยออนไลน์ที่สอนบทเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในยุคดิจิทัลผ่านการลองปฏิบัติจริงในเกมสนุกๆ 4 เกม

    ที่ผ่านมาเราได้เปิดตัวโปรแกรมนี้ในสหรัฐอเมริกาและลาตินอเมริกา โดยมีแผนที่จะขยายไปยังตลาดอื่นๆ เราได้ใช้หลักสูตรนี้โดยตรงกับโรงเรียนในสหรัฐฯ ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเดินสายโปรโมตความปลอดภัยในโลกออนไลน์ เพื่อให้วัยรุ่นได้เรียนรู้พฤติกรรมที่เหมาะสมและปลอดภัยทางออนไลน์

แชร์อย่างระมัดระวัง

ข่าวดี (และไม่ดี) ต่างๆ เดินทางเร็วเสมอในโลกออนไลน์ หากไม่พิจารณาให้รอบคอบ เด็กและวัยรุ่นอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาตามมาไม่รู้จบ เราจึงจัดทำเคล็ดลับเพื่อให้เยาวชนได้ดูวิธีแชร์ข้อมูลกับบุคคลที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้อง

  • สอนเกี่ยวกับร่องรอยทางดิจิทัลของบุตรหลาน

    เมื่อนั่งอยู่กับบุตรหลาน ลองค้นหาตัวคุณเองหรือนักดนตรีที่พวกเขาชอบทางออนไลน์ และพูดคุยถึงสิ่งที่แสดงขึ้นมา คุณควรตรวจสอบผลการค้นหาไว้ล่วงหน้า พูดถึงสิ่งที่คนอื่นๆ จะทราบเกี่ยวกับตัวคุณจากผลการค้นหาเหล่านี้และข้อมูลนี้เกิดเป็นร่องรอยทางดิจิทัลในโลกออนไลน์ได้อย่างไร

  • ช่วยลดการเปรียบเทียบในโลกโซเชียล

    สอนบุตรหลานให้เข้าใจว่าสิ่งที่เพื่อนๆ แชร์ทางออนไลน์นั้นเป็นเพียงเรื่องราวส่วนหนึ่งของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต และมักจะเป็นไฮไลต์ที่คัดสรรมาแล้วด้วย ย้ำเตือนให้เขาทราบว่าทุกคนต่างมีช่วงเวลาที่น่าเบื่อ เศร้า หรือน่าอายที่เขาไม่ได้มาแชร์ให้เราเห็น

  • สร้างกฎในครอบครัวเกี่ยวกับสิ่งที่แชร์ได้

    กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับครอบครัวว่าเราไม่ควรแชร์อะไรทางออนไลน์บ้าง เช่น รูปภาพหรือข้อมูลส่วนตัว ลองถ่ายรูปร่วมกันและพูดคุยถึงการแชร์อย่างมีความรับผิดชอบ เช่น ส่งเสริมให้บุตรหลานคิดก่อนแชร์รูป ไม่ใช่แค่คิดถึงตนเอง แต่คิดถึงคนอื่นๆ ด้วย เตือนบุตรหลานว่า ถ้าไม่แน่ใจ ให้ขออนุญาตก่อนเสมอ

  • สอนเกี่ยวกับการแชร์ที่มากเกินไป

    ระดมความคิดเพื่อหาทางแก้ปัญหาการแชร์ที่มากเกินไป เช่น ลบสิ่งที่เคยแชร์และแก้ไขการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไปแล้ว สอนให้เขาสนใจที่ภาพรวม ช่วงเวลาที่น่าอายบางอย่างก็เป็นเรื่องร้ายแรง แต่ที่เหลือก็เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณได้เรียนรู้

อย่าหลงเชื่อเรื่องหลอกลวง

คุณต้องช่วยให้บุตรหลานรับรู้ว่าผู้คนและสถานการณ์ในโลกออนไลน์อาจไม่ใช่อย่างที่เห็นเสมอไป เราได้พัฒนาคำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับวิธีที่คุณจะช่วยเด็กๆ แยกแยะระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องหลอกลวง

  • อธิบายเรื่องการแอบอ้างบุคคลอื่น

    อธิบายให้บุตรหลานเข้าใจว่าทำไมคนอื่นจึงอยากได้รหัสผ่านและข้อมูลส่วนตัวของพวกเขา เมื่อได้ข้อมูลนี้ไปแล้ว ผู้ประสงค์ร้ายจะเข้าใช้บัญชีและหลอกว่าเป็นบุตรหลานได้เลย

  • สอนบุตรหลานให้รู้ทันฟิชชิง

    บุตรหลานอาจไม่ทราบเวลามีคนพยายามหลอกล่อให้พวกเขาบอกข้อมูลส่วนบุคคล สอนให้บุตรหลานแจ้งคุณเมื่อได้รับข้อความ ลิงก์ หรืออีเมลที่มาจากคนแปลกหน้า ขอข้อมูลบัญชี หรือมีไฟล์แนบที่ไม่น่าไว้วางใจ

  • สอนให้รู้จักกลโกง

    แจ้งให้บุตรหลานทราบว่ากลโกงที่ซับซ้อนจะดูเหมือนว่าเนื้อหานั้นมาจากเพื่อนของเรา แม้แต่ผู้ใหญ่ที่รู้เท่าทันก็ยังโดนหลอกได้เลย! บอกให้บุตรหลานมาถามคุณเวลาเจอข้อความแปลกๆ การให้ความสนใจกับปัญหาของพวกเขาอย่างจริงจังจะช่วยสร้างความไว้วางใจด้วย

  • หาตัวบ่งชี้ความปลอดภัยด้วยกัน

    เข้าชมเว็บไซต์ด้วยกันและหาสัญญาณที่บ่งชี้ความปลอดภัย เช่น URL มีรูปกุญแจล็อกอยู่ข้างๆ หรือไม่ หรือ URL ขึ้นต้นด้วย https ซึ่งหมายความว่าเป็นหน้าเว็บที่ปลอดภัยหรือเปล่า URL ตรงกับชื่อเว็บไซต์หรือไม่ และช่วยชี้ให้เห็นสัญญาณที่พวกเขาควรมองหาเวลาเข้าชมเว็บไซต์

รักษาความลับของคุณให้ปลอดภัย

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของแต่ละบุคคลในโลกออนไลน์นั้นสำคัญไม่แพ้กับในชีวิตประจำวันทั่วไป เด็กๆ ต้องเข้าใจวิธีปกป้องข้อมูลที่มีค่าของตนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่ออุปกรณ์ ชื่อเสียง และความสัมพันธ์

  • สร้างรหัสผ่านที่คาดเดายาก

    สอนวิธีเปลี่ยนวลีที่จำง่ายให้เป็นรหัสผ่านที่รัดกุม ใช้ตัวอักษรที่ผสมระหว่างตัวพิมพ์เล็กและใหญ่ 8 ตัวขึ้นไปและเปลี่ยนบางตัวเป็นสัญลักษณ์และตัวเลข เช่น “My younger sister is named Ann” จะเปลี่ยนเป็น "myL$1Nan" อธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่ารหัสผ่านที่ไม่รัดกุมเป็นอย่างไร เช่น การใช้ที่อยู่หรือวันเกิดของตนเอง ตัวเลข 123456 หรือคำว่า “password” ซึ่งคนอื่นคาดเดาได้ง่าย

  • เก็บข้อมูลส่วนตัวไว้กับตัว

    พูดคุยถึงข้อมูลที่ควรเก็บไว้กับตัว เช่น ที่อยู่บ้าน รหัสผ่าน หรือโรงเรียนที่เรียนอยู่ ส่งเสริมให้พวกเขามาบอกคุณถ้ามีคนถามข้อมูลในลักษณะนี้

  • สอนหลักการใช้รหัสผ่านอย่างปลอดภัย

    สอนให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะป้อนรหัสผ่านในที่ต่างๆ และตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นแอปหรือเว็บไซต์ที่ตนต้องการป้อนรหัสผ่านจริง ถ้าเกิดความสงสัย ทุกคนควรมาปรึกษาคุณก่อนจะป้อนข้อมูลใดก็ตาม นอกจากนี้ ให้แนะนำให้ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละแอปและเว็บไซต์ โดยอาจใช้รหัสผ่านหลัก 1 รหัส แล้วเพิ่มตัวอักษร 2-3 ตัวลงไปเพื่อใช้กับแต่ละแอป

  • ช่วยบุตรหลานหลีกเลี่ยงการถูกกลั่นแกล้ง

    สอนบุตรหลานว่าการเก็บรหัสผ่านไว้เป็นความลับจะช่วยกันไม่ให้คนอื่นเข้าถึงบัญชีของพวกเขาและส่งข้อความปลอมหรือข้อความที่น่าอายได้

เป็นคนดีเท่จะตาย

อินเทอร์เน็ตเป็นกระบอกเสียงอันทรงพลังในการเผยแพร่เรื่องที่ดีและไม่ดี ช่วยให้เด็กๆ เลือกทางที่ถูกต้องโดยใช้แนวคิด “จงปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนที่อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อตัวเรา” กับการดำเนินการต่างๆ ในโลกออนไลน์ ซึ่งจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับผู้อื่นและกำจัดพฤติกรรมการกลั่นแกล้งให้หมดไป

  • สร้างบทสนทนาเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์

    พูดคุยถึงการคุกคามทางออนไลน์หรือเวลาที่คนใช้เครื่องมือทางออนไลน์เพื่อจงใจทำร้ายจิตใจคนอื่น กำหนดว่าบุตรหลานต้องแจ้งให้ใครทราบหากพวกเขาเห็นหรือประสบเหตุการณ์แบบนี้ ถามว่าตัวบุตรหลานเองหรือเพื่อนๆ เคยพบการทำร้ายจิตใจทางออนไลน์ไหม ลองถามคำถามอย่างเช่น การมุ่งร้ายนี้เกิดขึ้นในลักษณะใด เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร บุตรหลานคิดว่าตนเองมีอำนาจที่จะช่วยหยุดพฤติกรรมนี้ด้วยการแจ้งให้คนอื่นทราบเกี่ยวกับความคิดเห็นที่ทำร้ายจิตใจเช่นนี้ไหม

  • กำหนดค่านิยมของครอบครัวเกี่ยวกับโลกออนไลน์

    ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าคุณคาดหวังให้บุตรหลานประพฤติตนอย่างไรในโลกออนไลน์ ลองเริ่มจากการสอนว่า จงปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างที่เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา และเมื่ออยู่ในโลกออนไลน์ อย่าพูดสิ่งใดก็ตามที่เราจะไม่พูดเมื่อเจอคนๆ นั้นในชีวิตจริง

  • พูดคุยถึงเจตนาที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของคนอื่นและส่งเสริมการมองโลกในแง่บวก

    พูดคุยเรื่องน้ำเสียงและเตือนบุตรหลานว่าการตีความเจตนาของคนอื่นในโลกออนไลน์ในทางที่ผิดนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ส่งเสริมให้เขาคิดว่าคนอื่นเจตนาดีไว้ก่อนและหากไม่แน่ใจว่าเพื่อนต้องการสื่อถึงอะไร ให้พูดคุยกับเพื่อนแบบเห็นหน้ากันแทน พูดถึงความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นเวลาที่เราส่งและรับข้อความในเชิงบวก ลองชวนกันใช้แอปที่คนในครอบครัวใช้อยู่เพื่อส่งความคิดเห็นหรือข้อความดีๆ

ถ้าสงสัยก็ต้องถาม

บทเรียนข้อหนึ่งที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ในโลกดิจิทัลคือ เมื่อเด็กๆ ไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไร ก็ควรพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่ตัวเองเชื่อถือได้อย่างสบายใจ คุณส่งเสริมพฤติกรรมนี้ได้ด้วยการปลูกฝังการพูดคุยแบบเปิดใจที่บ้าน

  • พูดคุยถึงสิ่งที่บุตรหลานทำในโลกออนไลน์

    ใช้เวลาพูดคุยเกี่ยวกับวิธีที่ครอบครัวของคุณใช้เทคโนโลยี แสดงความสนใจในแอปที่พวกเขาชอบใช้มากที่สุดและขอให้แสดงให้ดูว่าแอปนั้นทำอะไรได้บ้าง ดูวิธีที่พวกเขาใช้แอปและถามว่าทำไมถึงชอบใช้แอปนี้

  • กำหนดขีดจำกัดที่เปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

    กำหนดกฎต่างๆ สำหรับบัญชีของบุตรหลาน เช่น ตัวกรองเนื้อหาและการจำกัดเวลา และบอกให้พวกเขารู้ว่ากฎอาจเปลี่ยนไปเมื่อโตขึ้น การตั้งค่าควรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา อย่าถือว่าตั้งแล้วก็ทิ้งไว้ตามนั้น

  • กำหนดคนที่จะขอความช่วยเหลือได้

    กำหนดคนที่เชื่อถือได้ 3 คนที่บุตรหลานจะขอความช่วยเหลือได้ในกรณีที่เจอเนื้อหาออนไลน์ที่ทำให้เขาไม่สบายใจ คนที่เชื่อถือได้จะช่วยสอนให้เด็กเข้าใจสิ่งที่พวกเขาเห็นและป้องกันไม่ให้เด็กเห็นเนื้อหาเช่นนี้อีกในอนาคต

  • สนับสนุนการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพทางออนไลน์

    กระตุ้นให้มีส่วนร่วมกับเกมและแอปที่สอนทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์หรือการแก้ปัญหา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามรักษาความปลอดภัยของเรา

ความปลอดภัยของคุณ

เราปกป้องคุณในโลกออนไลน์ด้วยการรักษาความปลอดภัยระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ความเป็นส่วนตัวของคุณ

เราสร้างความเป็นส่วนตัวที่เหมาะสำหรับทุกคน

สำหรับครอบครัว

เราช่วยคุณจัดการสิ่งที่เหมาะกับครอบครัวของคุณทางออนไลน์